อาเซียนจ่อดันค้าเสรีใหญ่สุดในโลก

EyWwB5WU57MYnKOvkDe3IuilynknlVuoprWPJWznfYsKEMgP6NH5eh

โดย ไทยรัฐออนไลน์

นางพิรมล เจริญเผ่า อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงการประชุมสุดยอดอาเซียน (อาเซียน ซัมมิต) ครั้งที่ 21 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 16-20 พ.ย.55 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ว่าการประชุมสุดยอดครั้งนี้ ผู้นำอาเซียนจะหารือกับผู้นำของประเทศคู่เจรจาของอาเซียนหลายประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย สหรัฐฯ, อาเซียน+3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) และอาเซียน+8 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐฯ และรัสเซีย) รวมทั้งผู้นำองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ เช่น องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น), องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ), กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ), ธนาคารโลก ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) และสภาที่ปรึกษาธุรกิจของอาเซียน (เอแบค)

โดยประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ คือ การที่ผู้นำอาเซียนและผู้นำประเทศคู่เจรจา 6 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จะประกาศเปิดการเจรจาการจัดทำความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership : RCEP) ซึ่งถือเป็นความตกลงที่มีผลกระทบสูงต่อเอเชียและแปซิฟิก เพราะมีขนาดตลาดใหญ่ถึง 3,358 ล้านคน ซึ่งจะกลายเป็นเขตการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ทั้งนี้ RCEP เป็นความตกลงที่จะพัฒนาต่อยอดจากความตกลงการค้าเสรีที่อาเซียนมีอยู่ 5 ฉบับ กับ 6 ประเทศ ให้เป็นความตกลงการค้าเสรีร่วมกันฉบับเดียว โดยมีอาเซียนเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ครอบคลุมการค้า ทั้งสินค้า, บริการ, การลงทุน, มาตรการการค้า และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ หากการเจรจาประสบความสำเร็จ จะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนของภาคเอกชนได้มากยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มเจรจาได้ในต้นปี 56 และมีเป้าหมายเจรจาให้แล้วเสร็จในปี 58 พร้อมกับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

สำหรับประเด็นใน ด้านเศรษฐกิจอื่นๆ นั้น จะมีการติดตามความคืบหน้าการดำเนินการไปสู่การเป็นเออีซี ความคืบหน้าการพิจารณารับฮ่องกงเข้าเป็นภาคีความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน และการติดตามความคืบหน้าการเจรจาการค้าบริการและการลงทุนภายใต้กรอบอา เซียน-ญี่ปุ่น และอาเซียน-อินเดีย

“ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งนี้ ไทยจะใช้โอกาสผลักดันกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในการส่งเสริมความร่วมมือด้าน เศรษฐกิจการค้า เช่น การประชุมความร่วมมือข้าว 5 ประเทศ (ไทย กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) การจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยการจัดงานแสดงสินค้าไทยและจับคู่ทางธุรกิจ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าและธุรกิจบริการของไทยในกัมพูชา”

ที่มา http://www.thairath.co.th/content/eco/305910

Facebook Comments

POST A COMMENT.